เชียงใหม่คึกคักคัดมิสทีนภาคเหนือได้27สาวใสเข้ารอบ

 

 

 

เวทีสาวใส ”มิสทีนไทยแลนด์ 2011 บาย ซูซูกิ เจลาโต้” เดินสายเปิดเวทีรับสมัครภาคเหนือ เชียงใหม่ ที่แรก สุดคึกคัก สาวใสแดนล้านนาแห่สมัครหลายร้อย ได้แล้ว 27 คนผ่านเข้ารอบ 

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ก.ย. 2554 ที่ชั้น จี ศูนย์การค้าโรบินสัน เชียงใหม่ บริษัท อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ได้เปิดรับสมัคร ”Miss Teen Thailand 2010 By Suzuki Jelato”

 

(มิสทีนไทยแลนด์ 2011 บาย ซูซูกิ เจลาโต้) ภายใต้คอนเซปต์ ”10 Years of Inspiration” 10 ปี แห่งความสำเร็จที่อินสไพร์ฯ ผู้จัดการประกวด ”มิสทีนไทยแลนด์” สร้างดาวดวงใหม่ในวงการบันเทิง พร้อมเป็นแรงบันดาลใจจุดประกาย

เติมเต็มความฝันให้สาวใสวัยทีนได้คว้าฝันสู่ดวงดาว สมกับคำที่ว่า ”เปิดประตูแห่งความฝัน กับรางวัลสู่ดวงดาว” เขตภาคเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นการเดินสายคัดเลือกเป็นภาคแรก เวทีนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้กับสาววัยใสที่มีอายุระหว่าง 15-18 ปี

มาแสดงความสวยใสสมวัย และความรู้ความสามารถ เพื่อชิงตำแหน่งมิสทีนไทยแลนด์ 2011
 

โดยบรรยากาศการรับสมัคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้ามีบรรดาสาววัยใสแดนล้านนา ตั้งหน้าตั้งตามาต่อคิวยื่นใบสมัครกันเป็นจำนวนมาก โดยมีจำนวนผู้เข้าสมัครหลายร้อยคน ซึ่งสาวใสที่มาสมัคร มีทั้งสาวลูกครึ่งตาน้ำข้าว และสาวไทย

 

แท้ ทั้งที่เคยผ่านการประกวดมาแล้ว และทั้งที่เปิดชิงประชันกันในเวทีนี้เป็นเวทีแรก ซึ่งต่างคนต่างก็พกพาความสวยและความสามารถมาประชันกันอย่างเต็มที่ ผ่านสายตาคณะกรรมการร่วมตัดสิน นำโดยคณะกรรมการจากซูซูกิ นรเศรษฐ พา

จรทิศ ผู้จัดการแผนกสินค้ารถยนต์ บริษัท สหพาณิช เชียงใหม่ จำกัด, นิรุตฺ กรุสวนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายดูแลศิลปิน บริษัท อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, กิตติ ปิยะมหาโชค ซีเนียร์ เซล เมเนเจอร์ ร่วมด้วยดารานักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง

”หญิง” กัญญาพัชญ์ ธนันต์ชัยกานต์ มิสทีนไทยแลนด์ 2007
 

”น้องริชชี่” อมราวดี ดีคาบาเลส อายุ 17 ปี โรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย เผยถึงการตัดสินใจมาประกวดในครั้งนี้ว่า ”ปีนี้เป็นปีแรกที่ตัดสินใจเข้ามาประกวดมิสทีนไทยแลนด์ค่ะ คือก่อนหน้าเราก็จะเน้นไปทางกีฬาเยอะกว่า เพราะว่าเป็นนัก

 

กีฬาแบดมินตันค่ะ แต่ในส่วนของมิสทีนฯ ริชชี่เองก็มีโอกาสได้ดูมาบ้างค่ะ แต่พอเราได้มาอยู่ในการประกวดจริงๆ ก็รู้สึกตื่นเต้น มีคนที่เข้ามาประกวดเยอะมาก วันนี้ริชชี่ก็เอาความสามารถด้านการเต้นแจ๊สมากโชว์ให้กับกรรมการได้ดูกันค่ะ ก็

มั่นใจที่จะพยายามทำให้เต็มที่ค่ะ”
 

ขณะที่สาวสวยอีกคนหนึ่ง ”น้องโมนิค” กิ่งแก้ว โคเฮน อายุ 16 ปี โรงเรียนนครพายัพ อินเตอร์เนชันแนล เผยว่า ”โมนิคมาประกวดมิสทีนฯ เป็นปีที่ 2 แล้วค่ะ ปีที่แล้วพออายุถึงเกณฑ์ที่จะมาสมัครได้ก็เข้ามาสมัครเลยค่ะ ซึ่งในปีที่แล้วเข้าไป

 

ได้ถึงแค่รอบคัดเลือกที่เชียงใหม่ค่ะ แล้วก็ตกรอบไป ส่วนในปีนี้ก็ทำให้เรามั่นใจมากขึ้น คือก็ทำให้เราได้รู้ว่า เราพลาดตรงไหนไปบ้างเมื่อปีที่แล้ว พอมาปีนี้ก็แก้ตรงที่ผิดพลาดไปค่ะ อย่างวันนี้ก็เอาควาามสามารถทางการเต้น ที่เอาเรื่องของ

ยิมนาสติกมาประยุกต์เป็นความสามารถที่จะมาโชว์บนเวทีค่ะ”

 

ด้าน ”น้องน้ำผึ้ง” กรรณิการ์ สิงห์โทราช อายุ 18 ปี โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เผยเช่นกันว่า ”มาเป็นปีที่ 2 แล้วค่ะ และปีนี้ก็เป็นปีสุดท้าย เราเองก็พยายามที่จะทำให้เต็มที่ที่สุด แต่ก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้ค่ะ เพราะมากี่ครั้งคนที่เข้ามาประกวดก็

 

เยอะมาก ก็ถือว่าเป็นอีกส่วนที่จะให้เราได้ตั้งใจเยอะขึ้นค่ะ อย่างวันนี้ก็เอาความสามารถมาโชว์บนเวที คือเรื่องเต้น คิดว่าน่าจะโอเคสุด เพราะว่าเรารู้ว่าเราควรจะทำอะไรบ้าง เพราะอย่างน้อยเราก็เคยผ่านมาแล้วปีหนึ่ง”
 

ต่อมาเวลาประมาณ 18.00 น. ก็ถึงช่วงระทึกใจสาวใสเมื่อถึงเวลาที่คณะกรรมการประกาศผลผู้เข้ารอบมิสทีนไทยแลนด์ 2011 บาย ซูซูกิ เจลาโต้ รอบคัดเลือกภาคเหนือ โดยมีสาววัยใสผ่านเข้ารอบจำนวน 27 คน ได้แก่ น้องจัสมิน มะดาโอ๊ะ

 

ซึ่งเป็นสาวใสที่ผ่านเข้ารอบเป็นคนแรกจากการเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปจากซูซูกิ, น.ส.ศุพภาสินี งามวรวุฒิ, น.ส.กฤตยา บราวน์, น.ส.อริสา คุราตะ, น.ส.ชุติยา นิยม, น.ส.กินรี ราท์ซ, น.ส.ปุณยวีร์ อริยา, น.ส.ไพรำ เพิ่มแสงงาม, น.ส.ปิยา

ภรณ์ บุญธิมา, น.ส.ประทานพร ไชยสิทธิ์, น.ส.อมรวดี ดีคาบาเลส, น.ส.ชนสรณ์ ลิขิตรังสรรค์, น.ส.ภัทรานิษฐ์ วิริยะบำรุงกิจ, น.ส.มรกต ศรีเมือง, น.ส.สุภาภร เทพวรรร, น.ส.วิกานดา อุทธัง, น.ส.ศรารักษ์ จารุรัชตเมธา, น.ส.โชติกา เลิศ

วิมลชัยศิริ, น.ส.โมนิค กิ่งแก้ว โคเฮน, น.ส.ดนยากานต์ ศุขอร่าม, น.ส.ศกุนตลา บียอร์, น.ส.ณิชาภา คณินเทวากุล, น.ส.ชนนิกานต์ สีฝั้น, น.ส.อาภรณ์ ค้ำชู, น.ส.อัจฉรีย์ ชูโชคชัญญาณ์ภัช, น.ส.สุนิษา เหลืองรุ่งวิไล, น.ส.จิรสุดา อภิรติมัย

ด้าน ”หญิง” กัญญาพัชญ์ ธนันต์ชัยกานต์ มิสทีนไทยแลนด์ 2007 ได้เผยถึงความรู้สึกที่ได้มาร่วมเป็นกรรมการคัดเลือกในครั้งนี้ว่า
 

 

”รู้สึกตื่นเต้นมากเลยค่ะ เหมือนกับว่าเราเองก็เพิ่งผ่านการประกวดมาเมื่อปีที่แล้วเอง แล้วปีนี้เราก็ได้โอกาสเป็นส่วนหนึ่งอีกครั้งกับการทำหน้าที่หนึ่งในกรรมการคัดเลือก ทำเอาหนักใจมากทีเดียวค่ะ เพราะอย่างน้อยๆ แต่ละคนต่างก็เข้ามา

 

งัดเอาความใส ความสามารถมาโชว์มากันเต็มที่ รู้เลยค่ะว่า สาวๆ วัยใสที่เชียงใหม่ก็เก่งและสวยไม่แพ้ใครเลยค่ะ หญิงก็อยากให้น้องๆ มาในภาคต่อๆ ไปที่เราจะไปรับสมัครกัน เข้ามาสมัครกันเยอะๆ ค่ะ เพราะไม่แน่อาจจะได้คว้าตำแหน่งมิสที

นไทยแลนด์คนต่อไปก็ได้ แถมก็จะได้มีโอกาสเข้ามาในวงการบันเทิงด้วยน่ะค่ะ อย่างพี่เชียร์, พี่มิน แล้วก็หญิง อีกอย่างที่หญิงอยากจะแนะนำน้องๆ ที่จะเข้ามาประกวดก็คือ นอกจากจะพกเอาความมั่นใจ ความสวยใสมาพร้อมแล้ว ที่สำคัญเรื่อง

ภาพลักษณ์ภายนอกอย่าง เสื้อผ้า หน้า ผม ก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ คืออย่าแต่งหน้าให้มันเยอะ มันจัดมาก เพราะมันจะดูเหมือนลิเก อยากให้แต่งมาเบาๆ เป็นตัวของตัวเอง แบบว่าเผยให้เห็นความสดใสเหมาะสมกับวัยมากกว่า มันจะดูดีกว่าแต่ง

หน้ามาจัดเยอะเลยค่ะ ยังไงหญิงก็ขอเชิญชวนให้น้องๆ ที่มีอายุตั้งแต่ 15-18 ปี เข้ามาประกวดกันเยอะๆ นะคะ แล้วเราก็จะได้มาเจอกันค่ะ”
 

สำหรับการคัดเลือกสาวสวยวัยทีนทางกองประกวด ”Miss Teen Thailand 2010 By Suzuki Jelato” (มิสทีนไทยแลนด์ 2011 บาย ซูซูกิ เจลาโต้) จะทำการรับสมัครและคัดเลือกทั้ง 5 ภาค โดยต่อไปจะเดินทางไปคัดเลือกที่ภาคใต้

 

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน 2554 ศูนย์การค้า ลี การ์เดนส์ พลาซ่า หาดใหญ่, ภาคตะวันออก วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2554 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา บีช จังหวัดชลบุรี, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2554 ศูนย์

การค้าเซ็นทรัล พลาซา จังหวัดขอนแก่น, ภาคกลาง วันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2554 โรงแรมสองพันบุรี จ.สุพรรณบุรี, ภาคกลางและกรุงเทพฯ วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม 2554 ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว

จากนั้นสาวใสวัยทีนที่ผ่านการคัดเลือกในแต่ละภาคจะเข้าสู่รอบคัดเลือกรอบแรก 50 คน ในวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2554 ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว และทั้ง 50 คนจะเข้าร่วมกิจกรรมเก็บตัวกับทางกองประกวดเพื่อ

 

ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวอันเลืองชื่อ เมืองยุทธหัตถี เรียนรู้วิถีเกษตรกรรม ประวัติศาสตร์อันรุ่งเรือง ศิลปะ วรรณคดีอันเลืองชื่อ ดั่งคำขวัญที่ว่า ”เมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง รุ่งเรืองเกษตรกรรม สูงล้ำประวัติ

ศาสตร์ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง” จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม – วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม และเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปที่จะพัฒนาบุคลิกภาพ ศักยภาพของสาวใสวัยทีนทั้ง 50 คน เพื่อสร้างความพร้อม

ก่อนประกวดรอบสื่อมวลชน วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม 2554 และรอบตัดสิน วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม 2554 ชั้น 5 ห้องบางกอก คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว

“กึ้ง” แบไต “จ๋า-อั้ม” นั่นเพื่อน

 

 

 

ไฮโซ ”กึ้ง-เฉลิมชัย” ยัน ”จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช” และ ”อั้ม-พัชราภา” เป็นแค่เพื่อน ไม่กดดันเป็นข่าวกับสาวๆ เยอะ โอดอายุเยอะอยากหาคนที่ใช่ แต่ยังไม่เจอ 

 

เงียบหายเป็นข่าวกับสาวๆ ไปนาน พอมีข่าวที ไฮโซหนุ่มทายาทเนสกาแฟ ”กึ้ง” เฉลิมชัย มหากิจศิริ ก็ถูกเม้าท์ว่ากิ๊กกั๊กอยู่กับ วีเจสาวเจ้าเสน่ห์ ”จ๋า” ณัฐฐาวีรนุช ทองมี และนางเอกซุป’ตาร์ แห่งวิก 7 สี ”อั้ม” พัชราภา ไชยเชื้อ ซึ่งทั้งสอง

 

สาวเคยออกมาโต้ข่าวไปแล้วว่าเป็นแค่เพื่อน เมื่อผู้สื่อข่าวได้เจอหนุ่มกึ้งในงานเปิดร้านคริสปี้ ครีม สาขา 2 ชั้น 1 เซ็นทรัล ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 54 จึงได้สอบถามถึงความสัมพันธ์กับสองสาวเซ็กซี่ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งหนุ่มกึ้งก็

ยืนยันคำเดิมว่า เป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น
 

”กับอั้มก็เป็นเพื่อนกันครับไม่มีอะไร อย่างที่เคยบอกไปว่ารู้จักกันตั้งนานแล้ว คุยกันปกติ เราเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าตอนนี้โสดอยู่เลย คนเลยพยายามหาคู่ให้ใหม่ว่าใครเป็นคนต่อไป ใครเป็นคนที่ใช่สำหรับเรา เพราะว่า

 

อั้มก็โสด และผมก็โสด ส่วนจ๋าก็ไม่มีอะไรครับเป็นแค่เพื่อน”
 

ต่อข้อซักถามว่า ได้คุยกับสองสาวเรื่องข่าวบ้างหรือไม่ เรื่องนี้ไฮโซหนุ่มบอกว่า
 

 

”ไม่ได้คุยหรอกครับ เพราะรู้อยู่แล้วว่าไม่มีอะไร เจอก็คุยกันปกติ”
 

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า กดดันไหม ที่เป็นข่าวกับสาวๆ เยอะ ”กึ้ง-เฉลิมชัย” บอกว่า
 

 

”ไม่หรอกครับ จริงๆ ผมเป็นห่วงฝ่ายหญิงมากกว่า อย่างผู้ชายอาจจะไม่เป็นอะไร แต่เขาเป็นผู้หญิง”
 

 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามแบบแซวๆ ว่า ตกลง อั้ม กับ จ๋า สนิทกับสาวคนไหนมากกว่ากัน เรื่องนี้ กึ้งหัวเราะก่อนเผยว่า
 

 

”ต้องมีวัดความสนิทด้วยเหรอครับ ก็ตอบไปหมดแล้วครับ ว่าเป็นเพื่อนครับ ตามปกติจริงๆ เราไม่ได้มีอะไร เราเจอกันเราคุยกันก็ตามปกติครับ”
 

 

อย่างไรก็ตาม ไฮโซกึ้งกล่าวต่อไปว่า ตอนนี้ตนก็อายุเยอะแล้วก็อยากจะหาคนที่ใช่เหมือนกัน แต่ไม่เจอสักที
 

 

”จริงๆ ผมก็อายุถึงขนาดที่ว่าต้องหาคนที่ใช่แล้ว จริงๆ ก็อยากหาคนที่ใช่เหมือนกัน ตอนนี้โสดด้วย การที่เราได้คบเพื่อนได้เจอคน ได้ศึกษาได้คุยกัน อนาคตข้างหน้าเราก็ไม่รู้คืออะไร พอคนโสดกับคนโสดมาอยู่ด้วยกัน คนก็มักจะจับคู่กัน

 

แต่จริงๆ แล้วไม่มีอะไร”
 

เมื่อถามถึงสเปก ไฮโซหนุ่ม บอกว่า ต้องการคนที่เข้าใจมากกว่าหน้าตา ”จริงๆ ที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ภาพลักษณ์ข้างนอก อยู่ข้างในมากกว่า ต้องเข้ากับเราได้ เวลาเจอกันทีแรกเรายังไม่รู้หรอกว่าจะใช่หรือเปล่า แต่การที่เราคุยกัน ศึกษากัน นิสัย

 

เป็นยังไงก็ว่ากัน ถ้ามีปุ๊บเนี่ยจะออกมาบอกทันทีเลยครับ” กึ้ง-เฉลิมชัย กล่าวพร้อมหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

ญาญ่าโต้ “ณเดชน์” ตามจีบเฝ้าคอนเสิร์ตเบิร์ด

 

 

 

นางเอกสาวลูกครึ่ง ”ญาญ่า” ปฏิเสธพระเอกหนุ่ม ”ณเดชน์” ตามให้กำลังใจติดขอบเวที หลังดาราสาวต้องขึ้นโชว์คอนเสิร์ตใหญ่กับ ”ป๋าเบิร์ด-ธงไชย” ยืนยันความสัมพันธ์กับนักแสดงหนุ่มเป็นแค่พี่น้องที่ร่วมงานในฐานะพระ-นางคู่ ขวัญ ไม่ใช่คู่รักนอกจอ ถูกดันให้เป็น ”แอน ทองประสม” คนต่อไป 

 

เคมีเข้ากันตั้งแต่จับมือกันแจ้งเกิดในฐานะพระ-นางคลื่นลูกใหม่มาแรงแห่งวิกสามพระรามสี่ กับละครเรื่อง ”ดวงใจอัคนี” ก็ทำให้พระเอกหนุ่มลูกครึ่ง ณเดชน์ คูกิมิยะ กับสาว ”ญาญ่า” อุรัสยา สเปอร์บันด์ มีงานคู่กันออกมาอย่างไม่ขาด

 

สาย ไม่ว่าจะเป็นโฆษณา รวมถึงผลงานใหม่อีก 2 เรื่องอย่าง ”เกมร้ายเกมรัก” รวมถึง ”ธรณีนี่นี้ใครครอง” อีกด้วย และเมื่อต้องร่วมงานกันมากขนาดนี้ก็ทำให้ไม่พ้นถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็นคู่รักนอกจอในไม่ช้านี้อีกด้วย และล่าสุดก็ยังมี

กระแสข่าวลือเม้าท์แรงออกมาว่าในคอนเสิร์ตใหญ่ของซูเปอร์สตาร์เมืองไทย ”ป๋าเบิร์ด” ธงไชย แมคอินไตย์ ที่มีแขกรับเชิญพิเศษเป็นสาว ”ญาญ่า” นั้น แอบเห็นหนุ่ม ”ณเดชน์” ตามไปคอยส่งกำลังใจให้กับดาราสาวชนิดติดขอบเวทีเลยที

เดียว และเมื่อวันที่ 27 ส.ค.54 ผู้สื่อข่าวได้พบกับ ”ญาญ่า” ขณะมาร่วมกิจกรรม ”TV3 Star Chat Extra ตะวันเดือด” ที่อาคารมาลีนนท์ ถ.พระราม 4 ซึ่งไม่พลาดที่จะเข้าไปซักถามเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวทันที ซึ่งงานนี้สาว ”ญาญ่า” ก็

ยอมรับว่า ทราบมาก่อนว่า ”ณเดชน์” จะไปชมคอนเสิร์ตเหมือนกัน แต่ก็ยืนยันว่าฝ่ายชายไม่ได้ตามไปให้กำลังใจตนเป็นพิเศษอย่างที่เป็นข่าว
 

”พี่เขาไปดูคอนเสิร์ตค่ะ ไม่ได้ไปเชียร์หนูเป็นส่วนตัวค่ะ คิดว่าพี่เขาไปดู ”พี่เบิร์ด” มากกว่า เพราะไปคอนเสิร์ต ”พี่เบิร์ด” ก็ต้องไปดู ”พี่เบิร์ด” อีกทั้งจริงๆ แล้วก็ได้ทราบมาก่อนด้วยว่าพี่เขาจะไป เพราะรู้ว่าวันนั้นเป็นวันคิวละคร ทั้ง 2

 

คนต้องถ่ายละคร แต่ว่าว่างไงคะ พี่เขาก็เลยไปดูคอนเสิร์ตด้วยเลย”
 

จากนั้นผู้สื่อข่าวยังได้ถามถึงความสัมพันธ์กับ ”ณเดชน์” เป็นอย่างไรบ้าง คาดว่าจะพัฒนาหรือไม่ เพราะหลายคนก็คอยตามลุ้นตามเชียร์ให้ ”ญาญ่า” กับ ”ณเดชน์” เป็นคู่รักนอกจออยู่เหมือนกัน กับเรื่องนี้เธอยืนยันความสัมพันธ์กับ

 

ดาราหนุ่มนั้นคงเป็นได้เพียงพระ-นางคู่ขวัญ ไม่ใช่คู่รักอย่างที่เป็นข่าว
 

”กับ ”พี่ณเดชน์” เอ่อ…ก็เป็นพี่น้องกันค่ะ ในฐานะพระ-นางคู่ขวัญ ซึ่งต้องขอบคุณค่ะที่ยังให้กำลังใจเรา 2 คน จริงๆ หนูเจอพี่เขาเกือบ 7 วันเลยค่ะ ถ่ายละคร 2 เรื่อง (หัวเราะ)”
 

 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวยังได้ซักถามเกี่ยวกับกระแสข่าวลือที่ว่า ผู้จัดคนดังอย่าง ”พี่ดา” หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ ส่งนางเอกดังที่ได้ฉายาว่าเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงอย่าง ”พี่แอน ทองประสม” มาเป็นติวเตอร์ให้กับดาราสาวโดยเฉพาะเพื่อหวัง

 

ดันให้เป็น ”แอน ทองประสม” คนต่อไป โดยเรื่องนี้เธอยอมรับว่านางเอกรุ่นพี่เคยมาที่กองถ่ายละครจริง แต่คิดว่าคงไม่ได้มีการดันเป็นพิเศษแต่อย่างใดทั้งสิ้น
 

”พี่แอนก็ไปเยี่ยมกองบ้าง ไปช่วย ”พี่ดา” หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ เพราะบางที ”พี่ดา” ไม่ได้มากองค่ะ ซึ่งหนูก็ดีใจมากค่ะที่ ”พี่แอน” มาช่วยสอนการแสดงให้เพราะพี่เขาเป็นไอดอลของหนูอยู่แล้ว เขินมากเลยค่ะ เจอพี่แอนทีไรก็จะไม่กล้า

 

มองหน้า เพราะพี่เขาสวยมากค่ะ หนูเองก็อยากเล่นละครฝึกฝีมือ ขอให้ได้สักครึ่งนึงของ ”พี่แอน” หนูก็แฮปปี้แล้วค่ะ (หัวเราะ) ส่วนเรื่องที่จะดันนั้นคิดว่าไม่นะคะ ”พี่แอน” ก็ให้กับทุกคนเลยค่ะ วันที่พี่แอนมาก็จะมาช่วยค่ะ”
 

สุดท้ายผู้สื่อข่าวยังได้ถามนางเอกสาวหน้าใสว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง ที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นนางเอกที่สามารถเรียกเรตติ้งให้กับช่องได้มาก กับเรื่องนี้ ”ญาญ่า” บอกว่าเธอรู้สึกภูมิใจมากที่งานแสดงของเธอแทบจะทุกเรื่องได้กระแสตอบรับ

 

ที่ดีจากผู้ชมทุกคน
 

”ก็รู้สึกภูมิใจ จริงๆ ต้องขอบคุณท่านผู้ชมที่ดูแล้วเห็นว่าโอเค รู้สึกดีมากเลยค่ะ เพราะตอนแรกก็เสียวๆ กลัวๆ เหมือนกัน เพราะปกติจะเล่นแนวหวานๆ กุ๊กกิ๊กๆ หมดเลย ก็ไม่แน่ใจว่าฟีดแบ็กจะเป็นยังไง ฟีดแบ็กออกมาดีก็โล่งใจค่ะ”

“เอ-ศุภชัย” ทุ่ม1ล้านบินเมืองเบียร์ฉีดสเต็มเซลล์หน้าเด็ก

 

 

 

ลงทุนเป็นหนูทดลอง ”เอ-ศุภชัย” ทุ่ม 1 ล้านบินเมืองเบียร์ฉีดสเตมเซลล์หน้าเด็ก บอกทำมาแล้วรู้สึกสดชื่น ตื่นตัวหน้าใส หากดีจริงจะพาเด็กในสังกัดไปทำบ้าง พร้อมโต้ข่าวเด็กปั้น ”ธันวา” และ ”บอม-ธนา” เขม่นแย่งบทเด่นใน ภาพยนตร์ รับห่วงนางเอกสาว ”ปู-ไปรยา” เครียดข่าวฉาว เปิดใจส่ง 2 นักแสดงใหม่ป้อน 7 สี ไม่หวั่นนักปั้นผุดเป็นดอกเห็ด 

 

หายหน้าไม่ค่อยพาเด็กๆ ออกงานเสียนาน พอเจอหน้านักปั้นมือทอง ”เอ” ศุภชัย ศรีวิจิตร ที่มาร่วมเปิดร้านคริสปี้ ครีม สาขา 2 ชั้น 1 เซ็นทรัล ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 54 ก็เห็นว่าดูสดใสขึ้นผิดหูผิดตา จนผู้สื่อข่าวอดที่จะแซวไม่ได้ว่า

 

ไปทำอะไรมา ซึ่ง ”เอ-ศุภชัย” เผยว่า ตนไปทดลองฉีดสเตมเซลล์ที่ประเทศเยอรมันมา ซึ่งชวยทำให้กระชุ่มกระชวยและดูหน้าเด็ก หากดีก็จะพาน้องๆ ในสังกัดไปฉีดบ้าง นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังได้ถามถึงประเด็น เด็กปั้น 2 พระเอก ธันวา สุริย

จักร กับ ”บอม” ธนา เอี่ยมนิยม ที่ร่วมงานกันในภาพยนตร์เลิฟซัมเมอร์ มีข่าวเขม่นกันแยงบทเด่น และภาพหลุด ธันวา ควงหนุ่มรุ่นใหญ่ และเมื่อถามว่าห่วงเด็กในสังกัดคนไหนมาที่สุด ผจก.เอ ก็บอกว่าห่วง ”ปู”  ไปรยา สวนดอกไม้ มากที่สุด
 

”นี่พี่เอเพิ่งกลับจากเยอรมัน ไปเที่ยว แล้วไปฉีดสเตมเซลล์เล่นๆ น่ะครับ” นักปั้นมือทองหัวเราะร่วนก่อนจะเผยต่อไปว่า ”มีคนบอกว่าฉีดแล้วดีเพราะพี่เอทำงานเยอะแล้วจะขี้หงุดหงิดอารมณ์เสียง่าย เขาบอกว่าถ้าฉีดตัวนี้ไปแล้วจะสดชื่น

 

แต่มันก็รู้สึกจริงๆ นะ ฉีดแล้วเหมือนเป็นเด็กตลอดเวลา”
 

เมื่อถามถึงราคา ก็ทำเอาหลายคนตาลุกวาว เพราะนักปั้นมือทองบอกว่า ราคาฉีดสเตมเซลล์ที่เมืองเบียร์นั้นสูงถึง 1 ล้านบาททีเดียว
 

”จริงๆ ราคาจริงมัน 1 ล้าน แต่นี่เขาลดให้ เหมือนเป็นการไปพักผ่อน ไปทดลองเองก่อน ถ้าดีแล้วจะให้ทุกคนตามไป ตอนนี้เป็นหนูทดลองไปก่อน เพราะมันเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยนี ที่ฉีดแล้วหน้าใสนะ มีแต่คนทักว่าหน้าใสขึ้น ไม่รู้คิดไปเองหรือ

เปล่า ถ้ามันดีจริง ดีต่อผิวพรรณและปลอดภัยก็ต้องแนะนำกันปากต่อปาก ถ้าไม่ดีพี่เออาจจะช็อกนอนตายคาอยู่ที่บ้านก็ไม่ต้องให้ใครไปทำ แต่พี่คิดว่ามันน่าจะดี ทำมาได้สองอาทิตย์ก็ดีนะ รู้สึกตัวเองอะเลิร์ตนิดนึง ไฮเปอร์มากหัวเราะทั้งวัน

เลยครับ”
 

จบจากเรื่องความสวยความงาม ก็วกไปที่ประเด็นเด็กปั้น 2 พระเอก ธันวา สุริยจักร กับ ”บอม” ธนา เอี่ยมนิยม ที่ร่วมงานกันในภาพยนตร์เลิฟซัมเมอร์ มีข่าวเขม่นกันแยงบทเด่น จริงเท็จอย่างไร เรื่องนี้ ”เอ-ศุภชัย” เผยว่า
 

 

”เรื่องธันวากับบอม อันนี้พี่เอยังไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่เท่าที่เห็นสองคนนี้เขาก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะครับ เพราะสองคนนี้เข้าวงการมาไล่เลี่ยกัน เรียนคลาสเดียวกันที่บ้าน ไม่น่ามีปัญหาอะไรครับผม เห็นน้องเก้าน้องที่ดูแลเขาเล่าให้ฟัง

 

ว่ามีข่าวว่าน้องเกาเหลากัน ก็บอกให้ลองคุยดู แต่พี่เอคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเขาไม่ได้ทะเลาะกันหรอก เพราะบอมเขาก็สบายๆ”
 

ส่วนเรื่องที่ธันวามีเดินกับหนุ่มรุ่นใหญ่นั้น ”เอ-ศุภชัย” แจงว่าผู้ชายคนนั้นเป็นเพื่อนของตนเอง
 

 

”ไม่จริงครับ คงจะเป็นเพื่อนพี่เอที่ชื่อมีเซ้ง ไปเจอที่ขอนแก่น เป็นคนเดียวกับที่ไปเจอธันวากับพี่เอที่ลาวนั่นแหละครับ คนนี้แหละเวลามีอะไรได้ไปสวัสดี ไปทานข้าว ไม่ใช่ป๋าแน่นอนครับ”
 

 

เมื่อถามว่าช่วงนี้ เด็กในสังกัดมีข่าวหลายคน เป็นห่วงใครมากที่สุด ”เอ-ศุภชัย” บอกว่า คนที่หวงที่สุดคือ นางเอกสาว ”ปู” ไปรยา สวนดอกไม้ นั่นเอง
 

 

”ตอนนี้เป็นห่วงน้องปู เพราะเราก็ดูแลกันมาตั้งแต่ตอนต้น ทั้งชื่อนามสกุลเราเป็นคนตั้งกันมา ก็เลยกลัวว่าบางทีน้องเขาเครียด เพราะเขาก็โทร.มาปรึกษา พี่เออยู่เยอรมันน้องก็โทร.มาเรื่อยๆ ก็บอกว่าอย่าคิดมาก อะไรที่เกิดขึ้นบอกเขาว่าให้

 

เราทำตัวเองให้ดีที่สุด ถ้าเรารู้สึกว่าสิ่งที่เราทำดีที่สุดแล้วและก็ถูกต้อง มั่นใจในตัวเองเหมือนที่ปูมั่นใจได้เลย และเขาก็บอกว่าจะตั้งใจเรียนครับ”
 

ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วให้กำลังใจน้องๆ ที่มีข่าวยังไงบ้าง เรื่องนี้ นักปั้นมือทองกล่าวว่า
 

 

”ก็บอกเขาว่าทุกคนก็มีข่าวหมด ให้ทุกคนทำใจ เรื่องแบบนี้มันก็เรื่องธรรมดา ข่าวเขาเขียนถึงก็ถือว่าเป็นโชคดีของพวกคุณ อย่างน้อยมีชื่อคุณบนหน้ากระดาษที่พี่เอไม่ต้องไปเสียค่ามีเดียไปซื้อด้วยตัวเอง บางทีต้องขอบคุณเขา ไม่ใช่เวลา

 

ลงข่าวแล้วต้องแอนตี้นักข่าว เพราะอยู่ตรงนี้ก็ต้องน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า”
 

ทั้งนี้ ”เอ-ศุภชัย” ยังกล่าวต่อไปว่า ตอนนี้พาเด็กใหม่สองคน ซึ่งไม่ได้บอกว่าเป็นหญิงหรือชายไปเสนอให้ ”คุณแดง” สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ที่ช่อง 7 สี
 

 

”ตอนนี้ก็มีเด็กใหม่ๆ อีกนะครับ พาไปเจอที่ช่อง 7 มาสองคน รอคำตอบจากคุณแดงอยู่ มีได้บ้างไม่ได้บ้าง แคแรกเตอร์ของแต่ละช่องก็ไม่เหมือนกัน ดูกันต่อไปนะครับ”
 

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวแซวๆ ว่า กลายเป็นนักปั้นมือทองอยู่คนเดียวเลยช่วงนี้ ”เอ-ศุภชัย” ก็ตอบแบบถ่อมตัวว่าไม่ถึงขนาดนั้น
 

 

”ไม่ได้ขนาดมือทองครับ อาจจะพยายามมากกว่าหลายๆ คนแต่ทุกคนเขาก็ตั้งใจที่จะทำงานด้านนี้เหมือนกัน ก็ดีใจ พี่เอพูดอยู่เสมอว่าการที่เราวิ่งอยู่ในสนามถ้าเราไม่มีคู่แข่ง สถิติมันก็อาจจะไม่ดี อาจจะเหลิงไป แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเวลามีคนทำ

 

เหมือนเราหลายเจ้า เราก็รู้สึกว่าดี แอ็กทีฟขึ้น ไฮเปอร์ ดูสิ เวลามีอะไรก็จะไปทดสอบเองก่อนว่ามันดีไหม เพราะทุกอย่างเวลาเป็นนักแสดงหรือเป็นคนของประชาชนมันต้องดูดีอยู่ตลอดเวลา พี่เอต้องเข้าใจเหมือนผู้หญิงและผู้ชายขายหน้าตา

และรูปร่าง ขายให้ประชาชน ถ้าคุณไม่ดูแลตัวเอง ไม่ดูแลอาชีพ มันก็เหมือนกับการที่คุณทรยศต่ออาชีพและหน้าที่ครับ” ”เอ-ศุภชัย” กล่าว

“ธันญ์” ย้ายอยู่ด้วย! “ยุ้ย” อ้างใส่ร้าย

 

 

”ยุ้ย-จีรนันท์” โต้ ”ธันญ์” ย้ายมาร่วมชายคาที่บ้านย่านดอนเมือง เผยฝ่ายชายมาบ่อยแต่ไม่เคยค้างอ้างแรม เชื่อถูกกลั่นแกล้งจากผู้ไม่หวังดี รับสนิทหนุ่มผิวเข้มมากขึ้นแต่ยังไม่ขอใช้คำว่าแฟน 

 

มีข่าวฉาวตลอดเลยทีเดียวสำหรับคู่ของนางเอกสาว ”ยุ้ย” จีรนันท์ มะโนแจ่ม กับนักแสดงหนุ่มผิวเข้ม ”ธันญ์ ธนากร” โดยหลังจากเพิ่งผ่านมรสุมกระแสข่าวลือเป็นมือที่สามของฝ่ายชายกับอดีตแฟนสาวอย่าง ”ต้อง” ศุภัชญา รื่นเริง ได้

 

ไม่เท่าไหร่ ล่าสุดก็มีข่าวออกมาจากฟอร์เวิร์ดเมลในโลกไซเบอร์ว่า ในตอนนี้ความสัมพันธ์รักระหว่างสาว ”ยุ้ย” กับหนุ่ม ”ธันญ์” กำลังสุกงอมได้ที่เลยทีเดียว เพราะในตอนนี้ฝ่ายชายถึงกับหอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่ร่วมชายคากับนางเอกสาวคน

ดังที่บ้านพักย่านดอนเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว งานนี้เมื่อผู้สื่อข่าวได้เจอกับสาวยุ้ยขณะมาร่วมบวงสรวงละครเรื่อง ”พ่อตาปืนโต” ของผู้กำกับฯ มากฝีมือ ”ฉลอง ภักดีวิจิตร” ผู้สื่อข่าวจึงไม่พลาดที่จะซักถามถึงกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ซึ่งเรื่อง

นี้ดาราสาวได้เปิดเผยว่าตนนั้นก็ได้ทราบมาบ้างเหมือนกัน พร้อมกับยืนยันว่าฝ่ายชายนั้นไม่ได้ไปอยู่ที่บ้านตนหรือไปค้างคืนที่บ้านของเธอตามกระแสข่าวที่มีออกมาก่อนหน้านี้

 

”อ้อ ได้ข่าวเหมือนกันค่ะ จริงๆ ธัญญ์เองก็ไปบ้านยุ้ยบ่อย และก็เพื่อนๆ ก็ไปบ่อย ”พี่อู” ภาณุ สุวรรณโณ นี่ไปวันเว้นวัน เมื่อวานก็ไป บ้านยุ้ยจะเป็นศูนย์รวมของเพื่อนๆ แล้วก็ไปทานข้าว ไปปาร์ตี้ ยุ้ยจะมีเพื่อนที่เป็นคุณหมอก็จะไปรักษา

 

โรคผิวหนังกันที่บ้านยุ้ย และก็ ธันญ์เองก็ไปบ้านยุ้ยตลอด ไปทานข้าวไปทำบุญก็ไปด้วยกัน ก็จะเอารถไปจอดกันที่บ้าน บ้านยุ้ยจะมีรถจอดเป็นสิบๆ คันเลย ของเพื่อนๆ และยุ้ยก็มีข่าวกับธันญ์อยู่แล้ว ก็เลยเป็นอย่างนั้นมากกว่า แล้วธัณญ์เองก็

ไม่เคยไปค้างคืนที่บ้านเลยค่ะ จริงๆ มีแต่ปาร์ตี้กันถึงเช้า แต่ก็อยู่ด้วยกันหลายคนค่ะ”

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าครอบครัวซีเรียสกับข่าวที่เกิดขึ้นหรือเปล่า กับเรื่องนี้สาวยุ้ยบอกว่าไม่ได้ซีเรียส เพราะที่บ้านรู้นิสัยตนอยู่แล้วว่าเป็นคนอย่างไร
 

 

”ทางบ้านไม่ซีเรียสเลย เพราะที่บ้านรู้ว่ายุ้ยเป็นยังไง และที่บ้านยุ้ยก็อยู่กันเป็นสิบคน อยู่กันเยอะมาก ในหมู่บ้านเองก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ซึ่งยุ้ยคิดว่าขึ้นอยู่กับว่าคนจะเชื่อมากกว่า เพราะของแบบนี้ก็รู้อยู่ว่า คนที่รักเราก็รู้อยู่ว่าเราเป็นยังไง แต่

 

คนที่ไม่รักเราทำอะไรก็ผิดอยู่แล้ว”

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าคิดว่ามีคนกลั่นแกล้งเราให้มี่ข่าวเสียหายหรือไม่ กับเรื่องนี้ดาราสาวบอกว่า เรื่องนี้แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องมีคนแกล้ง อยากบอกว่าให้หยุดทำร้ายกันเพราะ ยุ้ยไม่เคยเบียดเบียนใคร ไม่เคยทำร้ายใคร

 

 

”แน่นอนเลยค่ะ ต้องมีคนแกล้งแน่นอน คนที่ไม่ชอบเราอยู่แล้ว ซึ่งก็อยากบอกว่าให้หยุดทำร้ายกัน เพราะว่าเราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดแล้ว และยุ้ยเองก็ไม่เคยเบียดเบียนใคร ไม่เคยทำร้ายใคร ก็อย่าทำอะไรแบบนี้กันเลย คิดว่าเป็นคนแถว

 

นั้นไหม ก็ไม่แน่ค่ะ เพราะว่าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฟอร์เวิร์ดเมลนี้ส่งมาจากไหน”

 

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวยังได้อัพเดตความสัมพันธ์ระหว่างสาวยุ้ยและหนุ่มธันญ์อีกด้วยว่าตอนนี้คบหากันไปถึงระดับไหน และเรียกว่าแฟนเต็มปากได้หรือยัง กับเรื่องนี้นักแสดงสาวเปิดเผยว่า ณ วันนี้ความสัมพันธ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่

 

อยากใช้คำว่า ”แฟน” เพราะตนไม่อยากรีบร้อน ให้ดูกันไปเรื่อยๆ ดีกว่า

 

”ก็ยังคุยกันเหมือนเดิมค่ะ อาจจะเรียกว่าเปิดตัวมากขึ้น เพราะเราได้คุยและได้สนิทกันมากขึ้นมากกว่า แล้วตอนนี้ก็เหมือนกับว่าสบายใจในอะไรหลายๆ อย่างแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน แต่ก็ยอมรับว่าสนิทกันมากขึ้น เพราะเราได้คุยได้

 

ปรึกษาได้เปิดใจหลายๆ อย่าง ส่วนเรื่องเป็นแฟนกันนั้น ยุ้ยอยากให้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันไปก่อน ก็ดูกันไปเรื่อยๆ อย่าเพิ่งรีบร้อนดีกว่า เพราะอย่างที่บอกว่าตัวยุ้ยเองก็ยังไม่มีเวลา และยังดูแลใครไม่ได้ แต่ว่าตอนนี้ใครรู้สึกดีๆ กับเรา เราก็

อยากให้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน อนาคตข้างหน้าถ้ามันดีมันก็คงต้องโอเคค่ะ”

“วุ้นเส้น” เคลียร์ควงคู่ “ชาคริต” ย่องดูเรือนหอ

 

 

 

”วุ้นเส้น-วิริฒิพา” โต้ บ้านที่ปทุมฯ ของชาคริตเป็นเรือนหอ แจงเป็นบ้านที่ฝ่ายชายซื้อไว้นานแล้ว เผยยังไม่มีแพลนงานวิวาห์ในเร็วๆ นี้ รับมีพูดคุยถึงอนาคตบ้างเป็นปกติ พร้อมรับโหมงานหนักจนทำให้น้ำหนักลดฮวบ

 

หลังจากคบหาศึกษาดูใจได้มาสักพักแล้ว แถมยังเป็นคู่รักดาราที่ดูแล้วช่างเหมาะสมกันจริงๆ เลยทีเดียว สำหรับวีเจสาวไซส์มินิ ”วุ้นเส้น” วิริฒิพา ภักดีประสงค์ กับพระเอกหน้าวัว ชาคริต แย้มนาม ล่าสุดก็มีข่าวเม้าท์พระเอกหนุ่มชาคริต

 

แอบย่องพาหวานใจไปดูเรือนหอรอรักเสียแล้ว หรือว่างานนี้ทั้งคู่จะทำการลั่นระฆังวิวาห์กันเสียแล้ว
 

เมื่อมีโอกาสเจอสาววุ้นเส้นที่มาร่วมงาน ”Quiksilver Thailand Surf Competition 2011  ที่อัมรินทร์พลาซ่าเมื่อวันก่อน จึงรีบคว้าตัววีเจสาวมาสอบถามถึงข่าวเม้าท์ที่ว่าพระเอกหนุ่มได้พาสาววุ้นเส้นไปดูบ้านแถวปทุมธานีที่เป็น

 

โครงการจะสร้างเป็นเรือนหอนั้นมีมูลความจริงมากน้อยแค่ไหน”
 

”จริงๆ วุ้นยังไม่ได้ไปเลย แต่บ้านของชาคริตที่ปทุมฯ มีอยู่แล้ว ซื้อไว้นานแล้ว แล้วจะสร้างเป็นบ้านในอนาคต แต่วุ้นยังไม่ได้ไปดู ซึ่งตรงนี้ชาคริตก็มีมาปรึกษาเหมือนกัน ว่าจะเอาแบบยังไง วุ้นก็ช่วยนิดหน่อย ไม่ได้ช่วยอะไรเยอะ แต่ถ้า

 

ว่างๆ ก็คงไปดู แต่ช่วงนี้ยังว่างไม่ตรงกัน ก็เลยยังไม่ได้ไปดูค่ะ”
 

ต่อข้อถามที่ว่าหลายคนมองว่าใกล้จะมีข่าวดีในโอกาสอันใกล้นี้ โดยส่วนตัวแล้ววีเจสาวรู้สึกอย่างไรบ้าง เกี่ยวกับเรื่องนี้สาววุ้นเส้นเผยว่า ”จริงๆ หลายคนพูดเกินความเป็นจริงเยอะมาก ซึ่งเรา 2 คนก็ยังต่างคนต่างทำงานกันอยู่ ยังไงก็

 

ศึกษากันไปเรื่อยๆ ก่อน เรื่องอนาคตทุกคนก็อยากให้มันมี หรือคุยกัน เรื่องแต่งงานค่อยว่ากันอีกครั้งดีกว่า”
 

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามต่อว่าช่วงนี้ดูผอมลงไปถนัดตาเลยทีเดียว งานนี้วีเจสาวรีบชี้แจงทันทีว่า ”ตอนนี้ผอมลง จริงๆ ช่วงนี้มีละครงานเยอะขึ้น เวลานอนก็เลยน้อยลง ต้องวิ่งไปวิ่งมา แล้วก็ทานน้อยลงด้วย แต่จริงๆ แล้ว ก็ไม่ได้อดอาหาร

 

หรือไดเอตอะไร ซึ่งก็อย่างที่บอก ช่วงนี้ทำงานหนักจริงๆ ปีนี้ก็มีละคร 3 เรื่อง มันเหนื่อย ก็เลยผอมลง”

“ครูสลา” โต้ลาแกรมมี่ซบ “ดี้”

 

 

 

”ครูสลา” ย้ำ ยังอยู่แกรมมี่ฯ ปัด หันซบ ”ดี้-นิติพงษ์” แจงยังไม่เคยคุย เผยเหตุกระแสข่าวแพร่สะพัดเพราะ ได้เข้าไปคุยกับผู้ใหญ่เรื่องแพลนอนาคตตัวเอง 

 

หลังจากที่มีกระแสข่าวว่าครูเพลงชื่อดัง ”ครูสลา คุณวุฒิ” ได้ขอลาออกจากต้นสังกัด ”แกรมมี่โกลด์” เมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงเดียวกับที่ อดีตนักแต่งเพลงและศิลปินชื่อดังของค่ายอย่าง ”ดี้” นิ

 

ติพงษ์ ห่อนาค, ”อัสนี-วสันต์ โชติกุล” ขอลาออกไปเป็นนักแต่งเพลงและศิลปินอิสระ ซึ่งวันนี้ทั้งคู่ก็ได้ร่วมทำโปรเจกต์กันอยู่
 

ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าว ได้มีโอกาสพบครูเพลงชื่อดัง ”ครูสลา คุณวุฒิ” ในงานเปิดโปรเจกต์อัลบั้ม ”เส้นทางสายคิดฮอด” ที่เจ้าตัวเป็นเจ้าของโปรเจกต์เอง ที่ โรงภาพยนต์ เอสเอฟเวิร์ด ซีนีม่า ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน จึงเข้าไปสอบถามถึง

 

กระแสข่าวที่เกิดขึ้น ว่าเหตุที่ทำให้มีข่าวลือออกมาเมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมาเพราะอะไร ซึ่งครูเพลงชื่อดังก็ได้ให้เหตุผลว่า สาเหตุที่มีข่าวออกมาเมื่อประมาณ 3-4 เดือนก่อน เพราะว่าตอนนั้นตนได้เข้าไปคุยกับผู้ใหญ่ทางค่ายถึงการวางแผน

อนาคตของตัวเอง
 

”น่าจะเป็นจากกระแสข่าวเมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ส่วนตัวมีความคิดเรื่องที่จะวางแผนชีวิตตัวเองในแนวทางว่าอยากจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ จากตอนนี้เราอาจจะขนาดนี้แล้ว อีก 4 ปีข้างหน้า อีก 5 ปีข้างหน้า เราจะทำอะไรดี เราก็เลยเข้าไป

 

คุยกับผู้ใหญ่ ว่าอยากจะทำยังงี้ อย่างนี้ดีมั้ย ก็เลยเป็นข่าว แต่จริงๆ ในสาระที่ผมไปพูดคุยกับผู้ใหญ่คือไปปรึกษาหารือครับว่า ในความคิดของตัวเองครับว่า อายุตอนนี้เราก็ 49 แล้ว 50 ต่อไปเราจะทำยังไง”
 

”ตอนนี้ก็ยังอยู่ที่แกรมมี่ครับ ยังมีอีกหลายงานที่ผู้ใหญ่ยังให้โอกาสทำงานอีกเยอะมากเลย แต่ว่าสิ่งที่คุยกันยังไม่ลงรายละเอียด อาจจะออกมาในรูปแบบใดแบบหนึ่งซึ่งก็กำลังจะคุยกันหลังจากวันนี้”
 

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า พอข่าวออกมามีผลกระทบใดๆ กับตัวไหมครับ ซึ่งครูสลาเองก็ยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบในการทำงานของตัวเองต่อต้นสังกัดแต่อย่างใด
 

 

”ก็ไม่มีครับ ข่าวก็คือข่าว โดยชีวิตส่วนตัวใจเราอยู่กับงานซะส่วนใหญ่”
 

 

มีเจ้าของค่ายบางค่ายมาติดต่อจริงหรือเปล่า ผู้สื่อข่าวถาม ครูเพลงชื่อดังกล่าวว่า ไม่มีค่ายเพลงอื่นมาชักชวนไปทำงานแต่อย่างใด แต่ถ้าติดต่อพูดคุยกันกับเพื่อนต่างค่ายก็มีบ้าง เพราะจนกว่าที่ตัวเองจะมาถึงวันนี้ก็ได้พบปะเจอะเจอคน

 

มากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีพระคุณแทบทั้งสิ้น ”ก็ไม่มีนะ ก็ถามว่ามีการพูดคุยกับค่ายอื่นไหม มันมีอยู่แล้วเพราะว่าเส้นทางของผมก่อนที่จะมาถึงตรงจุดนี้มีผู้หลักผู้ใหญ่ผู้มีพระคุณตามเส้นทางที่เราเดินมาเยอะแยะเลย ถึงวันนี้ก็ยังคุยกันอยู่

มีบางเรื่องปรึกษากันได้พูดคุยกันได้ แต่ว่าการทำงานตัวตนจริงๆ ก็ยังอยู่ที่แกรมมี่”
 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า โปรเจกต์ล่าสุดที่ออกมา ก็เพื่อเป็นการตอกย้ำหรือเปล่าว่าเรายังอยู่ที่นี่ ไม่ได้ไปไหน ครูสลาตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน เป็นเพียงโปรเจกต์หนึ่งที่ผู้ใหญ่ให้โอกาสซึ่งตนก็ตั้งใจทำมาก ”คือในประเด็นคิดเราไม่ได้คิดเรื่องนี้ ก็คือทำ

 

งานตามปกติ ส่วนจะเป็นการตอกย้ำข่าวอันนี้ก็แล้วแต่สายตาของสังคมจะตอกย้ำเข้ามา แต่โดยตัวตนก็ถือว่าเป็นอีกงานหนึ่งที่ตั้งใจมาก ผู้ใหญ่ให้โอกาสเราทำงาน ก็อยากจะสร้างงานที่เป็นอีกมิติหนึ่งของวงการ แต่ไม่ได้มองเรื่องประเด็นจะ

อยู่จะไปยังไง”
 

ต่อข้อถามที่ว่าหากมีที่อื่นมาชักชวน แล้วจะไปหรือไม่นั้น ครูเพลงคนดังกล่าวว่า ”ก็ตอนนี้เรายังอยู่ที่แกรมมี่ ถามว่าที่อื่นเราปรึกษากันได้ไหม ก็ต้องบอกว่าเราก็ปรึกษากันได้ ทางผู้ใหญ่แกรมมี่ก็ไม่ได้หวงห้ามนะ เวลาเราจะทำอะไรเราก็ต้องรู้

 

ว่ากรอบมันอยู่ตรงไหน แต่ความเป็นเพื่อนความเป็นมิตรมันคุยได้ทุกคนอยู่แล้ว”
 

กับทางแกรมมี่เป็นสัญญาใจหรือลายลักษณ์อักษรผู้สื่อข่าวถาม ซึ่งครูสลาตอบว่า ทางตนคือพนักงานของบริษัท แกรมมี่ฯ ซึ่งมีการเซ็นสัญญาตั้งแต่ปี 48 โดยไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดสัญญา
 

 

”ตั้งแต่ปี 48 ก็เป็นพนักงานของแกรมมี่ ครับ เป็นสัญญาปลายเปิด ไม่ได้บอกปีที่หมด”
 

 

ส่วนกระแสข่าวที่หาว่า ครูไป กำลังคุยกับพี่ดี้ ในเรื่องนี้ ครูสลากล่าวว่า คนนั้นยังไม่ได้คุย แต่ตนก็นับถือนักแต่งเพลงชื่อดังเปรียบเหมือนดั่งครูคนหนึ่ง ”ยังไม่ได้คุยกับพี่ดี้เลยครับ แต่ผมยกพี่ดี้เป็นครู ถือว่าท่านเป็นครูคนนึง เป็นครูในทุก

 

เรื่อง ทั้งในเรื่องเพลง ทั้งในเรื่องของวิธีคิดยกพี่ดี้เป็นครูอยู่แล้วในเรื่องของประเด็นนี้ผมไม่ได้เก็บมาคิด”
 

สุดท้ายก่อนจบสัมภาษณ์ครูสลายืนยันว่า ตนนั้นยังอยู่แกรมมี่ ส่วนเรื่องที่ว่าเข้าคุยกับผู้ใหญ่ก็ไม่ได้เป็นไปในลักษณะที่จะไปอยู่ที่อื่น เป็นเพียงคุยกันถึงแพลนชีวิตในอนาคตมากกว่า